จากคนขับแท็กซี่ สู่การเป็น software engineer ใน 9 เดือน

จากคนขับแท็กซี่ สู่การเป็น software engineer ใน 9 เดือน

เรื่องราวชีวิตของหนุ่มใหญ่คนหนึ่ง ใครจะไปเชื่อว่า ก่อนหน้านี้ทำอาชีพขับแท็กซี่อยู่ดี ๆ ในสิงคโปร์ ภาพตัดมาที่ 9 เดือนให้หลังกลายเป็น full stack dev ไปซะแล้ว ที่สำคัญคือในวัย 53 วัยที่อาจจะเป็นรุ่นพ่อของโปรแกรมเมอร์หลายคนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ !!

นี่คือเรื่องราวอันน่าทึ่งของคุณ Gazali Ahmad คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวลูก 4 โดยลูก ๆ ของแกก็มีอายุไล่เลี่ยกันระหว่าง 20 - 27 ปี ซึ่งขอไล่เรียงแบ็คกราวน์ของแกสักนิดครับ โดยแกจบการศึกษา Mechanical Engineering หรือวิศวกรรมเครื่องกล (ซึ่งผมเชื่อว่า ณ ตอนนี้ก็มีหลายคนที่มีแบ็คกราวน์ด้านวิศวะกำลังอ่านบทความนี้อยู่เช่นกัน) จากนั้นก็เข้าสู่ชีวิตการทำงานหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสายงานด้านการศึกษา การเงิน จนอาชีพล่าสุดของแกคือ “อาชีพคนขับรถแท็กซี่”

****

ตัดสินใจเข้าเรียน software development bootcamp 9 เดือน

โดยแรงบันดาลใจนั้นเกิดจากคุณ Gazali Ahmad นั้นอยากทำอะไรที่ท้าทายบ้าง เลยตัดสินใจเข้า Bootcamp ด้านโปรแกรมมิ่งเป็นเวลา 9 เดือน โดยอาชีพในขณะนั้นก็ยังเป็นคนขับแท็กซี่อยู่ โดย bootcamp นี้ก็ให้คำมั่นว่าจะเทรนให้ผู้เรียนนั้นได้งาน software engineer หลังจากเรียนจบโปรแกรม โดยองค์กรนี้มีชื่อว่า Generation Singapore เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรมีสำนักงานอยู่ใน 17 ประเทศทั่วโลก ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2014 ส่วนในประเทศสิงคโปร์ที่เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2019 โดยมีวิสัยทัศน์คือการอัปสกิลให้ผู้เรียนในด้านต่าง ๆ แบบเข้มข้น นำไปสมัครทำงานได้จริง

เพื่อนร่วมชั้นรุ่นลูกแทบทั้งห้อง

มีอยู่ช่วงหนึ่งในคลาสเรียนที่คุณ Gazali Ahmad แอบนึกในใจว่า

“เมื่อมองไปรอบ ๆ คลาสแล้ว พวกเขาคือรุ่นลูกผมหมดเลย”

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา รุ่นลูกก็รุ่นลูกสิเว้ย ก็ตรูอยากได้งาน softwar dev อ่ะ (ประโยคหลังผมเสริมเข้ามาเอง haha) จนในที่สุดผลแห่งความพยายามก็เป็นผล ได้งาน Full stack developer สมใจ แถมทำงานกับผู้คนทั่วโลก แบบทำงานจากที่ไหนก็ได้ โดยตอนนี้เงินเดือนแน่นอนว่าเพิ่มขึ้นจากที่เคยได้รับจากการขับแท็กซี่กว่า 3 เท่าตัว ก็แน่นอนว่าชัวร์อยู่แล้วครับสำหรับสายงานนี้ นี่คือหนึ่งในเรื่องราวที่เชื่อว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลาย ๆ คนได้ครับ

สรุป

สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนได้เรียนรู้ได้ชัดเจนที่สุดจากเรื่องนี้คือการฝึกฝน การไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดด้านอายุ รวมถึงจังหวะเวลาและโอกาส ต้องฝึกฝนสกิลอย่างหนักหน่วงและมีวินัย และอีกสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือการได้รับโอกาส ในไทยบางทีอายุ 30 - 40 บางทีก็อาจโดนปัดตก resume ไปแล้ว แต่นี่ในต่างประเทศ แม้จะอายุ 53 ก็ไม่ใช่ปัญหา ขอแค่ทำงานจริงได้ก็เวิร์คแล้ว ดังนั้นมีความสามารถ แต่ไม่มีโอกาสก็จบ หรือมีโอกาสแต่ไม่มีความสามารถก็จบเช่นกัน ดังนั้นเมื่อ 2 สิ่งนี้ (ความสามารถและโอกาส) มาบรรจบกัน ก็ได้งานแบบชิว ๆ ครับ

แสดงความคิดเห็น หรือแชร์บทความนี้บน Facebook page ได้เลยครับ

อ้างอิง