นี่คงเป็นอีกหนึ่งข่าวร้ายในปี 2022 สำหรับเหล่านักพัฒนาอย่างแท้จริง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า Heroku คือหนึ่งในคลาวด์แพลตฟอร์มที่หลายคนสามารถใช้ประโยชน์จาก free plan ของบริษัทคลาวด์ยักใหญ่ภายใต้บริษัทแม่อย่าง Salesforce แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบเว็บไซต์ เว็บแอพ เว็บ API ฯลฯ ซึ่งนอกจากจุดเด่นที่มีแบบฟรีให้ใช้แล้ว Heroku ยังเป็นคลาวด์ที่ใช้งานง่าย สะดวก ครบ จบในที่เดียว
ทำไม Heroku ยกเลิกฟรีแพลน ?
โมเดลธุรกิจของ Heroku เป็นแบบ freemium คือให้ใช้ฟรีในปริมาณรีซอร์สที่จำกัด ถ้าต้องการรีซอร์สหรือฟีเจอร์ที่เยอะกว่าก็ต้องอัปเดตเป็นแบบจ่ายเงิน (paid plan) ซึ่งเป็นโมเดลที่เราคงคุ้นเคยกันดี
ส่วนคำถามที่ใครหลายคนคงอยากไขข้อข้องใจมากที่สุด รวมถึงตัวผู้เขียนเองในตอนนี้ ว่าทำไม Heroku ถึงได้ยกเลิก free plan ? นี่คือเหตุผลหลักใน 1 บรรทัดจาก official blog ของ Heroku ที่ประกาศออกมา (มีอ้างอิงท้ายบทความ)
“Salesforce ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Heroku อาจจะไม่ได้โฟกัสที่ Heroku ไปมากกว่านี้”
สำหรับ “มุมมองส่วนตัว” ของผมที่กำลังเขียนบทความนี้อยู่มีดังนี้
- Low conversion rate : อัตรา conversion rate อาจจะต่ำเกินไป คือมีผู้ใช้งานแพลตฟอร์มเยอะก็จริง ตัวอย่าง เช่น สมมติมีคนลงทะเบียนใช้งานในรูปแบบ free plan 100 คน แต่มีคนที่ใช้แล้วถูกใจแล้วอัปเกรดไปเป็นแพลนแบบจ่ายเงิน (paid plan) เพียงแค่ 5 คน ซึ่งแบบนี้เรียกว่า conversion rate ต่ำ หรืออัตราการเปลี่ยนจากผู้ใช้งานฟรี ไปเป็นลูกค้าแบบเสียเงิน มีสัดส่วนที่น้อยมากเกินไปครับ ซึ่งทุกอย่างล้วนมีต้นทุน ดังนั้น Heroku จึงอาจจะลดต้นทุนส่วนนี้ออกไป
- **Security concern :**นี่อาจจะเป็นความกังวลด้านความปลอดภัย เพราะช่วงไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ หลายคนคงอาจจะได้ผ่านหูผ่านตามาบ้างแล้วกับข่าวใหญ่ของ Heroku ที่โดนแฮ็ค โดยช่องทาง GitHub OAuth ซึ่งก็มาจากบัญชีผู้ใช้งานที่ฟรีนี่แหละครับ
- Not suitable for enterprises: ถ้าในงานระดับ enterprise บริษัทต่าง ๆ มักจะไปใช้งานคลาวด์แพลตฟอร์มของเจ้าใหญ่ ๆ อย่างเช่น AWS, Azure, GCP เป็นต้น
โดย Heroku จะทำการเปลี่ยนแปลงบริการฟรีเหล่านี้ ไปเป็นแบบจ่ายเงิน
| ชื่อบริการ | แบบเก่า | แบบใหม่ |
| 1. Heroku Dynos | ฟรี | เริ่มต้น $7 (ต่อเดือน) |
| 2. Heroku Postgres | ฟรี | เริ่มต้น $9 (ต่อเดือน) |
| 3. Heroku Data for Redis | ฟรี | เริ่มต้น $15 (ต่อเดือน) |
รวมไปถึงบัญชีที่ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวเป็นระยะเวลา 1 ปี ก็จะถูกลบบัญชีออกไป
****
กระทบใครบ้าง ?
เหล่านี้คือคนที่ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ ในครั้งนี้
- นักพัฒนาที่มีโปรเจคท์ที่รันบน Heroku free plan
- โปรเจคท์โอเพ่นซอร์สต่าง ๆ ที่รันบน Heroku จะมีปัญหาทันที
- นักเรียนนักศึกษาหรือคนทั่วไปที่กำลังจะมองหาคลาวด์ฟรี เพื่อทำ demo โปรเจคท์ เพราะว่าถ้ามองเรื่องความฟรี ยอดนิยม และใช้งานง่าย แน่นอนว่าหลาย ๆ คนก็จะแนะนำ Heroku
- คนที่ไม่มีบัตรเครดิต ก่อนหน้านี้ Heroku สามารถสมัครโดยไม่ต้องมีบัตรเครดิต แต่ตอนนี้ require ผ่านบัตรเครดิตแล้ว อย่าลืมครับว่า “ไม่ใช่ทุกคนจะมีบัตรเครดิต”
โดยการบังคับใช้ของ Heroku จะมีผลเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2565 ในการลบบัญชีที่ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวในรอบปีออกไป และจะยกเลิกบริการแพลนฟรีทั้งหมดในวันที่ 28 พฤศจิการยน 2565 แล้วเปลี่ยนเป็นแพลนแบบจ่ายเงินแทน
เราจะรับมืออย่างไร ?
นี่คือ 2 ทางเลือกที่คุณสามารถทำได้ (ในกรณีที่ต้องการใช้ฟรีและโปรเจคท์ไม่ได้ใหญ่ หรือเพื่อทำ demo โปรเจคท์)****
- ลองมองหาคลาวด์แพลตฟอร์มเจ้าอื่นที่ยังสามารถใช้ฟรีได้ เช่น PythonAnywhere (ในคลาส Django Bootcamp สอนสดรอบสุดท้ายของเพจที่กำลังจะมาถึงที่ออฟฟิศลุงวิศวกรสอนคำนวณ จะมีสอนใช้ตัวนี้) superbase, fly.io (มีเจ้าอื่น ๆ ก็แนะนำกันเข้ามาได้ครับ)
- อัปเกรดเป็น paid plan (แบบจ่ายเงิน)
เพื่อน ๆ จะเลือกทางไหนกันครับ และย้ำอีกครั้งว่า Heroku ไม่ได้ปิดการใช้บริการคลาวด์แพลตฟอร์ม แต่เป็นการตัด free plan ออกไปเท่านั้น เซอร์วิสอื่นยังใช้ได้ปกติ แต่เชื่อว่าครั้งนี้นักพัฒนาหรือโปรแกรมเมอร์คงได้รับผลกระทบกันไปหลายคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“หมดยุคเผาเงินเล่นแล้วครับ”
อ้างอิง
