6 เคล็ดลับเรียนเขียนโค้ด - Learn coding in effective ways

6 เคล็ดลับเรียนเขียนโค้ด -  Learn coding in effective ways

การนำพาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ย่อมจะทำให้เรากลายเป็นคนที่ดีขึ้นไปด้วย ดังหลาย ๆ ภาษิตไทยที่ได้กล่าวไว้เช่น คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล, คบคนเช่นใด ย่อมเป็นเช่นนั้น ฯลฯ

การเรียนด้านโปรแกรมมิ่งก็เช่นกันครับ ถ้าเราถูกห้อมล้อมไปด้วย Environment หรือสภาพแวดล้อมที่ดี ก็จะช่วยให้เราสามารถกลายไปเป็นโปรแกรมเมอร์ที่เก่งและดีได้ไวกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่ง environment และเคล็ดลับทั้ง 6 มีอะไรบ้าง ไปอ่านพร้อม ๆ กันได้เลยครับ

#1 ตั้งเป้าหมาย

แน่นอนว่าถ้าไม่มีเป้าหมายก็เหมือนกับเรือที่ออกแล่นไปโดยไม่มีทิศทางหรือจุดหมายปลายทางและแบบแผน การเรียนเขียนโค้ดก็เช่นกัน (เช่นเดียวกันกับการเรียนเรื่องใดก็ตาม) เราต้องตั้งเป้าหมายของเราก่อนเลยว่ามีเป้าหมายใดบ้างที่เราต้องการบรรลุ และควรกำหนดช่วงระยะเวลาของแต่ละเป้าหมายเอาไว้ เช่น ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เป็นต้น และควรกำหนดระยะเวลาเป็นตัวเลขให้ชัดเจน

(photo: canva)

ตัวอย่างการกำหนดระยะเวลาของเป้าหมายทั้งสามระยะภายใน 1 ปี ในการศึกษาไพธอน จนได้งาน เช่น

“ระยะเวลาที่กล่าวมาด้านบนนั้นอาจแตกต่างไปตามพื้นฐาน ภูมิหลัง ความรู้หรือความสามารถในการเรียนรู้ของแต่ละคน และปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ไม่เหมือนกันของแต่ละคน”

#2 ติดตามโปรแกรมมิ่งกูรูหรือช่องสอนเขียนโปรแกรมต่าง ๆ

การติดตามช่องโปรแกรมมิ่งที่มีชื่อเสียงและเหล่ากูรูต่าง ๆ จะทำให้เราได้เรียนรู้ ซึมซับสิ่งต่าง ๆ จากประสบการณ์และวิธีคิดของคนเหล่านั้นว่าเป็นยังไง และที่สำคัญยังไงก็ตามเรียนจาก Tutorials ที่ถูกถ่ายทอดออกมา แน่นอนว่าคนที่มีชื่อเสียงแล้วนั้น การทำคอนเทนต์หรือการสอนต่าง ๆ นั้นน่าจะถูกกลั่นกรองมาแล้วพอสมควร คือมีความน่าเชื่อถือนั่นเอง รวมทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้เราได้อีกด้วย

อันดับโปรแกรมมิ่งกูรูที่น่าสนใจ

อันดับโปรแกรมมิ่งกูรูที่น่าสนใจ

แนะนำ Top 15 Programming Gurus - 15 กูรูด้านโปรแกรมมิ่งที่น่าติดตาม

#3 พูดคุยหรือเสวนากับคนที่เรียนโปรแกรมมิ่งด้วยกัน

ต่อมาก็คือการไปเสวนากับผู้อื่นที่สนใจด้านโปรแกรมมิ่งเหมือนกัน(ซึ่งโปรแกรมมิ่งมีหลายด้านหลายสาย แต่โพสต์นี้ผมขอพูดรวมไปเลย) อันนี้ก็จะได้แนวคิด มุมมองใหม่ ๆ จากคนอื่น ที่เราอาจจะคิดไม่ถึงก็ได้ รวมทั้งเราได้ปลดปล่อยหรือแชร์แนวคิดหรือประสบการณ์ของเราด้วยเช่นกัน ซึ่งมันก็มีวิธีการที่หลากหลายที่จะออกไปพบปะ พูดคุยกับคนเหล่านั้น เช่นไปงาน meetup ด้านโปรแกรมมิ่งต่าง ๆ หรือไม่จะเป็นการสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อแลกเปลี่ยนด้านนี้โดยตรง เช่น ถ้าเพื่อน ๆ ที่กำลังอ่านอยู่ในตอนนี้ ในข้อนี้หลาย ๆ คนน่าจะเข้าข่ายกันครับ เพราะน่าจะมีกลุ่มเฟสบุ๊คที่เกี่ยวกับโปรแกรมมิ่งกันอยู่แล้วหลายกลุ่ม

แนะนำ เรื่องราวของ self-taught developer ที่ได้งานแม้ไม่ได้จบด้านคอม ฯ มาโดยตรง

#4 สอนคนอื่นเขียนโค้ด

และ Environment ต่อไปก็คือการ Output ออกไป ทำไมผมจึงพูดเช่นนี้ เปรียบง่าย ๆ คือ Input คือเรารับเข้ามา เช่น การอ่านบทความ อ่าน Docs, Tutorials ต่าง ๆ หรือดูคลิปวิดีโอการสอนในยูทูป เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าการ Input เข้ามาอย่างเดียว คงไม่สามารถทำให้เราเก่งขึ้นได้ ดังนั้นสิ่งที่จะพิสูจน์ว่าเรามีความรู้ความเข้าใจกับสิ่งที่เรารับเข้ามามากน้อยแค่ไหนนั่นก็คือ Output ออกไป และก่อนที่เราจะ Output ออกไปได้มันก็ต้องผ่านการ Process/Execute ก่อนใช่ไหมครับ กระบวนการนี้ในที่นี้แอดมินจะถือว่าเป็นการลงมือปฏิบัติเขียนโปรแกรมนะครับ และสุดท้ายเราก็จะได้ Output ออกมาอีกรูปแบบหนึ่งนั่นก็คือผลงานหรือ Result แต่ Output อันนี้ จะเป็น Output คนละแบบกับด้านบนที่ผมได้กล่าวไว้ครับ

(photo: canva)

ซึ่ง Output จริง ๆ ในที่นี้คือ Expression ครับ นั่นก็คือการแสดงออกไป ถ่ายถอดความรู้หรือประสบการณ์ของเราออกไปให้ผู้อื่นได้รับรู้ ซึ่งมันก็มีหลายวิธี อย่างเช่น การเขียนบทความ การทำเพจ สร้างบล็อก อัดคลิปสอนลงยูทูป ลงเฟซบุ๊ค ฯลฯ ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะเป็นการพิสูจน์ความรู้ความสามารถของเราได้เป็นอย่างดีอีกวิธีการหนึ่งเลยครับว่า สิ่งที่เราเรียนรู้มานั้นมันเวิร์คไหม จากฟีดแบ็คที่ได้รับจาก Audience นั่นเอง แต่หลายคนก็จะเกิดคำถามอีกว่าไม่ถนัดด้านเหล่านี้ที่ว่ามาจะให้ Output ออกไปได้ยังไง แน่นอนครับว่าทุกอย่างมีทางเลือกเสมอ ซึ่งก็จะเป็น Environment อันดับถัดไปเลยครับ

#5 ตอบคำถามคนในกลุ่ม Facebook, Stackoverflow หรือคอมมิวนิตี้ต่าง ๆ

ซึ่ง Environment อันต่อมาที่ว่านี้หลายคนน่าจะคลุกคลีกับอันนี้มากที่สุด นั่นก็คือเฟสบุ๊ค และนั่นก็คือการเข้าไปตอบคำถามในกลุ่มเฟซบุ๊คครับ

ตอบคำถามใน Community ต่าง ๆ เช่น Facebook Group เป็นต้น

โดยเพื่อน ๆ หลาย ๆ คน ในความคิดของผม คงมีกรุ๊ปเฟสบุ๊คด้านโปรแกรมมิ่ง คนละไม่น้อยกว่า 3 กรุ๊ปเป็นอย่างต่ำ ดังนั้นนี่คือโอกาสที่ดีที่เราจะได้แสดงสิ่งที่เราจะแสดงความรู้หรือสิ่งที่ได้ตกผลึกมาจากการเรียนรู้ก่อนหน้าแล้วครับ จะมีสมาชิกในกลุ่มที่จะมาถามปัญหาหรือแนวทางด้านเขียนโปรแกรม ถ้าเราสามารถตอบหรือแก้ไขปัญหาให้คนอื่นได้ นั่นก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าสิ่งที่เราเรียนมาไม่สูญเปล่า นอกจากได้ช่วยคลี่คลายปัญหาให้ผู้อื่น ยังเป็นการบ่งบอกความรู้ความสามารถในตัวเรา และที่สำคัญอีกอย่างเลยคือ ยังเป็นการทำความดี สร้างคุณค่าให้กับตัวเอง ทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น เป็นการสะสมแต้มบุญของเราด้วยครับ

#6 Bookmark เว็บไซต์แหล่งเรียนรู้ด้านโปรแกรมมิ่งต่าง ๆ ไว้ในสมาร์ทโฟน

และ Environment ตัวสุดท้าย เราสามารถสร้างได้ ด้วยตัวเรา และอยู่กับเราตลอดเวลาเลยครับ หลายคนอาจสงสัยมันคืออะไร ถ้าเพื่อน ๆ ลองมองขึ้นไปดูที่รูปภาพหน้าจอที่ผมแคปมาโพสต์ในวันนี้เลยครับ

บุ๊คมาร์คเว็บไซต์หรือแหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจไว้ในสมาร์ทโฟนของเรา

โดยเฉพาะถ้าเป็นสาวกไพธอนจริง ๆ จะสังเกตเห็นว่า หลาย ๆ Shortcut เป็นหน้าเว็บที่มีชื่อเสียงและคงรู้จักเป็นอย่างดี ในที่นี้ผมนำหน้า Shortcut ของผมออกมาแชร์เองครับ ซึ่งพอเปิดมือมือเข้ามา ก็จะเจอหน้าเว็บเหล่านี้ พอนานเข้ามันก็จะเกิดความคุ้นเคย และทำให้คลิ๊กเข้าไปอ่านบทความหรือ Tutorials ต่าง ๆ ในท้ายที่สุด ซึ่งผมตั้งใจเอาไว้ว่า จะอ่านให้ได้อย่างน้อยวัน 1 บทความต่อ 1 เว็บ หรืออาจจะมากกว่านั้น ซึ่งผมก็ทำมาต่อเนื่องเป็นประจำทุกวันครับ เพราะความต่อเนื่องนั้นจำเป็นมาก ดังคำกล่าวที่ว่า

“Consistency makes perfect”

ซึ่งวิธีการนี้ เพื่อน ๆ ก็สามารถลองเอาไปทำตามกันได้เลยครับ และก็จะมีพวกเว็บข่าวอื่น ๆ ด้านเทคโนโลยีและโปรแกรมมิ่ง ซึ่งการทำเพจหรือเป็น Content Provider แบบนี้ ผมจำเป็นต้องนำคนอื่นอยู่ 1 ก้าวครับ ซึ่ง 1 ก้าวในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความเก่ง เพราะหลาย ๆ คนนั้นเก่งกว่าผมเยอะ แต่ในที่นี้คือเป็นความรวดเร็วในการอัพเดตข้อมูลข่าวสารใหม่ ๆ ด้านโปรแกรมมิ่ง เพื่อที่จะมานำเสนอให้กับแฟนเพจได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

แนะนำ 10 อันดับเว็บไซต์ในการเรียนเขียนโปรแกรม

# ลง Bootcamp (optional)

วิธีการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะ Bootcamp จะมีการวาง learning paths ต่าง ๆ ในการเรียนเพื่อที่จะบรรลุจุดประสงค์ของ Bootcamp นั้น ๆ ลองอ่านบทความนี้ก็น่าสนใจครับ I spent 3 months applying to jobs… ที่ผู้เขียนได้อธิบายว่า เขาได้งานภายใน 3 เดือนหลังจากลง Bootcamp

Note: แนะนำPython Programming Full Courses 2021 Bootcamp

สอบถามหรือลงทะเบียนได้ผ่าน Line Official ได้เลยตอนนี้มีโปร Friend get Friend สมัคร 1 เรียนได้ 2

“ถ้าเพื่อน ๆ อ่านมาถึงตรงนี้ ผมก็ซาบซึ้งใจมากครับที่อ่านจนจบ และแอบหวังลึก ๆ ว่าบทความนี้คงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย และจะช่วยเป็นเคล็ดลับได้เป็นอย่างดีครับ “

หรือถ้าเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ ก็แชร์ไปให้เพื่อน ๆ ได้อ่านด้วยนะครับ และแสดงความคิดเห็นโดยการคอมเมนต์ เคล็ดลับตรงใจเพื่อน ๆ และที่กำลังใช้อยู่ครับ

[http://Python Web Development with Django Bootcamp](http://Python Web Development with Django Bootcamp)>>https://stackpython.co/course/python-programming-web-development-2021-full-courses📒Python Programming Bootcamp 2021

Cover Photo

canva